fbpx

จากสาวใต้สู่นักขับเคลื่อน Slow Food ในเชียงใหม่

เยาวดี ชูคง หรือ “เชฟเยา” ผู้หญิงตัวเล็กจากเมืองพัทลุง ที่เติบโตมาในสมัยที่โลกยังหมุนช้ากว่าทุกวันนี้ ชีวิตในวัยเด็กวนเวียนอยู่ในครัวข้างเตาไฟในครอบครัวที่ทุกคนทำอาหาร ไม่ว่าจะทำเพื่อกินเองในครอบครัว หรือสำหรับคนในหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นงานศพหรืองานบวช ทำให้เธอซึมซับมาจากยาย-ผู้ซึ่งมีแค่กะปิ น้ำปลา เกลือและน้ำตาลที่แทบไม่ค่อยได้ใช้ แต่ทำอาหารได้ทุกอย่างในครัวไฟเล็กๆ

จากเส้นทางอาหารที่ทำเพื่อปากท้องตัวเองสู่ชีวิตนักขับเคลื่อน Slow Food ในเชียงใหม่มายาวนานเกือบสิบปี เริ่มต้นจากการที่เชฟเยาร่วมงานในฐานะพันธมิตรที่ร่วมก่อร่างสร้างสวนพันพรรณในยุคแรกกับคุณโจน จันใด ผู้ก่อตั้งพันพรรณ -ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เมล็ดพันธุ์ในเชียงใหม่ ซึ่งข้อจำกัดในเรื่องวัตถุดิบในการทำอาหาร ณ ที่นั้น ช่วยให้เธอทลายกรอบความคิดเรื่องอาหารและสร้างสรรค์เมนูที่ทำออกมาจากข้อจำกัดที่มีจริงๆ และ ณ จุดนี้ ทำให้เธอเริ่มสื่อสารให้ผู้คนมีความเข้าใจเชื่อมโยงระหว่างการมีแหล่งปลูกอาหารที่ดีและการกินดีเข้าด้วยกัน

ปัจจุบัน เชฟเยาเป็นเชฟในเครือข่ายองค์กรที่ชื่อว่า Slow Food และเป็นนักสื่อสารด้านอาหาร เป็นที่ปรึกษาออกแบบเมนูให้กับ ไร่ชาอรักษ ตำแหน่งล่าสุดคือ ตำแหน่ง Exclusive Chef ของร้านอาหารยักษ์กะโจน (Yak ka Jon) และทำหน้าที่เชื่อมโยงกับกลุ่มประมงเล็กบ้านสามเสียม จ.ชุมพร รับซื้อปลาในราคาที่เป็นธรรมจากชาวประมง และนำอาหารทะเลดี ๆ ปราศจากสารเคมีให้แก่ชาวเชียงใหม่

เว็บไซต์: www.cookingwithyao.com

Slow Food การกินอย่างละเมียด

คนเข้าใจผิดว่าสโลว์ฟู้ด คือการทำอาหารช้าๆ ไม่ทันกิน แต่จริงๆ แล้ว สโลว์ฟู้ดไม่ใช่เรื่องของระยะเวลาทำอาหาร แต่มันคือการใส่ใจที่มาของอาหาร การรู้และเลือกที่มาของวัตถุดิบ บางคนอาจคิดว่าการใส่ใจที่มาของอาหาร คือการคิดเยอะ เงื่อนไขเยอะ และทำให้ตัวเลือกน้อยตาม แต่ในทางตรงกันข้าม การใส่ใจที่มาที่ไปกลับยิ่งทำให้เห็นว่าเรามีทางเลือกหลากหลายกว่าที่เคยด้วยซ้ำ

ขบวนการสโลว์ฟู้ดนั้นให้ความสำคัญกับศิลปะการปรุงอาหาร ตั้งแต่ การเตรียมส่วนผสม การใช้วัตถุดิบที่ผลิตและหาได้ในท้องถิ่น นอกจากนี้ผู้ปรุงอาหาร ต้องมีความเป็น สโลว์ฟู้ด คือ ต้องใส่ใจทุกๆรายละเอียด ทุกๆ ขั้นตอนในการปรุง คำนึงถึงลูกค้า ที่มารับประทานอาหาร อยากให้พวกเขาได้กินอาหารจานที่รสเลิศที่สุด อร่อยที่สุด และมีความสุขจากอาหารที่คุณปรุง

จากที่กล่าวมานี้ คอนเซ็ปต์ Slow Food คือแนวคิดในการใช้ชีวิต ซึ่งหมายรวมถึง การกินอาหารแต่ละมื้อด้วย และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ ต้องนั่งลง กินอาหารมื้อนั้น ที่โต๊ะ อย่ารีบทาน ค่อยๆ ดื่มด่ำกับทุกๆ รสชาติที่สัมผัสได้ อาจเพิ่มอรรถรสด้วยบทสนทนากับคนรู้ใจ แค่นี้ คุณก็สามารถ รับประทานอาหาร และมีความสุขกับชีวิตแบบ Slow Food ได้

Food to Fire Cooking Event

ระหว่าง วันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2563

เวิร์คชอปครั้งนี้ เราจะมาในธีมการทำอาหาร Slow Food แบบ Open Fire ขั้นพื้นฐาน ซึ่งง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ เช่น การย่างเนื้อสัตว์บนตะแกรง การปรุงอาหารในวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น การหลามปลาในกระบอกไม้ไผ่ การทำแกงบนเตาหินสามเส้า การใช้อุปกรณ์ประกอบอาหารอื่นๆ เช่น Dutch Oven หรือ กระทะเหล็กหล่อ งานนี้เชฟเยาผู้เชี่ยวชาญอาหาร Slow Food ร่วมกับ เอเชี่ยน โอเอซิส ผู้เชี่ยวชาญด้าน Slow Travel จะนำทุกท่านสัมผัสกับประสบการณ์การกินอาหารอย่างละเมียด ด้วยวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่นที่ ลีซู ลอดจ์

นอกจากนี้เรายังทำท่านเดินชมธรรมชาติใน ไร่ชาอรักษ พร้อมกิจกรรมเก็บใบชาและชมการสาธิตการผลิตชาแบบดั้งเดิมด้วยมือ ปิดท้ายด้วยนั่งจิบชาพร้อมของว่างที่ Araksa Tea House

Duration: 2 วัน 1 คืน (รวมอาหาร 3 มื้อ)
Cost: 8,500 บาท ต่อคน (พักห้องคู่)

รายละเอียดโปรแกรม

วันแรก

เช็คอินได้ตั้งแต่
11:00 น. – 13:30 น.

พบกันที่บริเวณต้อนรับของลีซู ลอดจ์ พบกับโฮสต์ของท่าน ที่จะอธิบายให้ทราบถึงกำหนดการของกิจกรรมที่ท่านจะได้เข้าร่วมในระหว่างการพักกับเราเป็นเวลา 2 วัน 1 คืน หลังจากนั้น นำท่านเข้าสู่ที่พัก

14:00 น.

พบกันที่ Cooking Sala

16:00 น.

เริ่มต้นกิจกรรมเวิร์คชอป “Rustic Cook on Fire” เดินชมแปลงผักปลอดสารพิษภายในลอดจ์ พร้อมการแนะนำถึงวิธีการนำผลผลิตแต่ละชนิดมาปรุงอาหาร หลังจากนั้นจึงเริ่มเวิร์คชอปการปรุงอาหารแบบ Open Fire ในสไตล์ เชฟเยาว์ เรียนรู้เกี่ยวกับการควบคุมไฟ เพื่อประกอบอาหารให้ได้รสชาติ และรสสัมผัสตามที่ต้องการ เรียนรู้การใช้อุปกรณ์การทำอาหารแบบ cook on fire ทั้งในรูปแบบง่าย ๆ เช่นการหมักเนื้อสัตว์ การปิ้งย่างบนตะแกรง การใช้ Dutch Oven หรือการใช้กระทะเหล็กหล่อ ที่มักนิยมใช้ในการปรุงอาหารแบบรอบกองไฟ นอกจากนี้ เรายังมีเชฟรับเชิญให้มาแบ่งปันประสบการณ์การทำอาหารพื้นเมืองให้ทานได้รับประทาน ด้วยการปรุงอาหารทั้งหมดจากกองไฟกองเดียวกันนี้

หลังจากนั้นเชิญท่านรับประทานอาหาร พร้อมแบ่งปันประสบการณ์ในบรรยากาศการรับประทานอาหารรอบกองไฟในบรรยากาศที่เป็นกันเอง และเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เสียงหัวเราะ และมิตรภาพ

ได้เวลาอันควร กลับเข้าสู่ที่พัก  นอนหลับพักผ่อนท่ามกลางเสียงของธรรมชาติ

วันที่ 2

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของลอดจ์ บ้านนา คาเฟ่ ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามของนาข้าว และแนวเขาสูง

8:30 น.

ออกเดินทางด้วยรถสองแถวท้องถิ่น ไปยัง ไร่ชาอรักษ

เริ่มด้วยกิจกรรม Nature Walk เดินชมเส้นทางธรรมชาติและแวะปิกนิครับประทานอาหารเพื่อสุขภาพพร้อมจิบชาท่ามกลางต้นชาเขียวชอุ่มภายในไร่ ต่อด้วยทัวร์ไร่ชาและกิจกรรมเก็บใบชาภายในแปลงปลูกชาของเรา พร้อมชมการสาธิตกระบวนการผลิตชาแบบดั้งเดิม ซึ่งทุกขั้นตอนทำด้วยมือทั้งหมด

12:00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร Araksa tea house

หลังรับประทานอาหารกลางวัน จบกิจกรรม Rustic Cook on Fire @ Lisu Lodge & Araksa

อัตราค่าบริการ 2 วัน 1 คืน (รวมอาหาร 3 มื้อ พร้อมที่พัก), ท่านละ 8,500 บาท (พักในห้องคู่ ห้องละ 2 ท่าน), พักเดี่ยว เพิ่มท่านละ 1,500 บาท

GALLERY

HOW TO GET THERE

Lisu Lodge Address
73 Moo 3 Tambon Ban Chang, Amphoe Mae Taeng, Chiangmai 50150,​ Thailand​
Location
Lisu Lodge is about 50 kms or 1 hour drive from Chiang Mai city.

Have Any Questions?

ASK US

Are You Ready To Explore?

BOOK THIS TOUR NOW!

RELATED TOURS

ENQUIRY
Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial